ผลิตแทบไม่ทัน! “ผักไฮโดรโปรนิกส์” สร้างรายได้! ถูกใจคนรักสุขภาพ แถม! วิธีลดผักเน่า

  • Webmaster
  • September 7, 2018
  • Comments Off on ผลิตแทบไม่ทัน! “ผักไฮโดรโปรนิกส์” สร้างรายได้! ถูกใจคนรักสุขภาพ แถม! วิธีลดผักเน่า

แนวนอนว่าในปัจจุบันมีคนนั้นหันมารักษาสุขภาพกันมากขึ้น และมีผู้คนนั้นหันมาทานผักตระกูล ผักสลัดอย่างผักที่ปลูกในระบบไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งเป็นผักที่สามารถสร้างกำไรและมีคนนิยมทานเป็นอย่างมากอีกทั้งยังสามารถปลูกได้ทั้งปีในประเทศไทยซึ่งผักจำพวกนี้จะมีคุณค่าทางอาหารที่ประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่างๆอาทิเช่นพวกวิตามิน น้ำ กากใยอาหาร อาหารซึ่งจะทำให้ระบบขับถ่ายนั้นดีขึ้นอีกทั้งสามารถบำรุงผิวพรรณและระบบประสาทได้อีกด้วย

k-305-1

ซึ่งนอกจากนี้ยังสามารถช่วยป้องกันโรคโลหิตจางถ้าจะอนุมูนอิสระและสามารถป้องกันมะเร็งซึ่งการปลูกผักในระบบแบบไฮโดรโปนิกส์นั้นมักจะปลุก 1000 ตามในโรงเรือนที่สามารถควบคุมได้ทั้งแมลงสตูพืชและไม่จำเป็นจะต้องใช้สารกำจัดแมลงซึ่งการปลุกผักแบบนี้ก็จะได้ผักปลอดภัยซึ่งกลายเป็นที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคซึ่งในปัจจุบันคนนั้นหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น

k-305-2

โดยวันนี้ทางทีมงานได้เอาบทความดีดีเกี่ยวกับการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ มาให้ชาวเกษตรทุกท่านมาให้อ่านกันซึ่งเรื่องราวบทความนี้ได้ความรู้มาจากคุณโชว์ติชัย บัวดิษ ซึ่งเป็นผู้จัดการที่สวนสุภัทรา ซึ่งในส่วนสุภัททานั้นได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรซึ่งมี เนื้อที่ประมาณ 800 ไร่และต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศตลอดปีอีกทั้งยังเปิดเผยว่าที่สวนแห่งนี้ยังได้มีการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งผักสลัดดีเค้าจะส่งไปจำหน่ายที่ห้างแม็คโครโลตัสที่แหลมทอง และร้านอาหารและโรงแรมชื่อดังอีกหลายหลายแห่งในจังหวัดระยอง

k-305-3

โดยคุณโชว์ติชัยได้บอกอีกว่าในปัจจุบันส่วนของตนนั้นไม่สามารถผลิตผัดสลัดเพียงพอต่อความต้องการถึงแม้ว่าจะมีการปลูกในโรงเรือนขนาดจำนวนหกเรือนใหญ่ด้วยกันซึ่งปัจจุบันผักแบบนี้กายเป็นที่นิยมจนผลิตไม่ทัน

k-305-4

โดยยังเปิดเผยไปอีกว่าแต่ก่อนที่สวนนั้นปลูกผักกางมุ้งหรือปลุกผักในดินมาแล้วซึ่งการปลูกผักแบบนี้การควบคุมดูแลนั้นมันยากและทำให้พรรคนั้นมีอายุสั้นอ่อนแอมากกว่าอื่นดูแลยากมากทั้งสวนจึงหันกลับมาปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์ แทนซึ่งการปลุกผักแบบนี้สามารถควบคุมธาตุอาหารและโรคของแมลงศัตรุพืชได้โดยเริ่มแรกนั้นก็เอาไปขายกิโลกรัมละ 30 บาทซึ่งไม่มีนั้นไม่มีใครสนใจเพราะไม่เป็นที่รู้จักแต่พอเวลาผ่านไป 10 ปี ผู้คนได้หันมาสนใจมากขึ้นเพราะบุคคลนั้นหันมารักสุขภาพและเด็กรุ่นใหม่ก็รับประทานผักแบบไฮโดรโปนิกส์ กันมากขึ้นจึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากซึ่งตอนนี้ขายส่งกิโลกรัมละ 80 ถึง 100 บาท

k-305-5

โดยการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์ สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาลและ ซึ่งใช้ระยะในการปลูกอยู่ที่ประมาณ 45 วันเท่านั้นในการทำงานแต่ละครั้งจะต้องวางแผนให้เป็นอย่างดีอีกทั้งต้องหาตลาดที่ไว้ขายส่งและต้องเช็คน้ำหนักของต้นพืชที่เราปลูกด้วย
k-305-6
ในส่วนเรื่องการด้านบริหารการจัดการโรงเรือนผักแบบไฮโดรโปนิกส์ นั้นตั้งแต่เริ่มการผลิตผักแบบไฮโดรโปนิกส์ จะใช้โรงเรือนขนาดใหญ่ที่มีมุระค่าโรงเรือนละ 1.3 ล้านบาทซึ่งบอกเลยว่าเมื่อเวลาผ่านไปก็ถือว่าคุ้มทุนเป็นอย่างมากเพราะสามารถผลิตผักไฮโดรโปนิกส์ ได้อย่างต่อเนื่องมากกว่า 12 ปีเลยทีเดียว

ซึ่งโรงเรียนที่เหมาะสมกับสภาพในแต่ละพื้นที่นั้นควรจะมีพลาสติกกันฝนเป็นพลาสติกใสเพราะพืชนั้นจะต้องการแสงแดดให้ใช้พัดสติ๊กมัวแสงแดดนั้นอาจจะสองเข้าไม่ถึงทำให้พรรคนั้นยืดแต่การใช้พลาสติกใสนั้นจะต้องเปลี่ยนบ่อยบ่อยหน่อยเพราะมีอายุการใช้งานเพียงแค่สองถึงสามปีเท่านั้น

k-305-7

แต่ข้อเสียของโรงเรียนนั้นคือสามารถแค่ช่วยในเรื่องควบคุมแมลงได้เท่านั้นแต่ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิในโรงเรือนได้เลยซึ่งเมื่อเวลารร้อนก็ต้องหาพัดลมมาเป่าอากาศออก แล้วก็ใช้สปิงเกอร์ในการช่วยลดหลังคาและรดน้ำให้ต้นไม้เพื่อไม่ให้ใบเหี่ยว

k-305-8-768x576

โดยในการปลูกเพื่อตลาดแบบในโรงเรือนนั้นเป็นการปลูกในระบบNFT โดยพืชที่ปลูกนั้นจะได้รับแร่ธาตุสั่งอาหารจากน้ำที่อะไรมาตามรางอยู่ตลอดเวลาโดยในน้ำนั้นมีสูตรปุ๋ยที่แตกต่างกันออกไปซึ่งที่นี่จะมีการผสมสูตรปุ๋ยขึ้นมาเองตามความต้องการของพืชเพราะพืชแต่ละชนิดนั้นมีอายุและมีความต้องการทางแร่ธาตุแตกต่างกันไปซึ่งเราก็ต้องปรับให้ตรงกับความต้องการของพืชที่ปลูกไว้

k-305-9-768x432

และเนื่องจากในประเทศไทยนั้นเป็นประเทศเมืองร้อนซึ่งหากค่า EC นั้นเกินกว่าที่กำหนดจะทำให้เกิดปัญหาเน่าซึ่งทางที่ดีจะต้องกำหนดควบคุมค่ะECด้วยแล้วยังจะต้องใช้วิธีการจัดการที่ในระบบป้องกันซึ่งอาจจัดการ รางรางด้วยกรดไนตริก เพื่อขจัดคราบตะกอนอีกด้วย

k-305-10-768x576

โดยการปลูกผักตลาดนั้นจะเป็นผักที่มีอายุสั้นปลูกใช้เพียงเวลาแค่ 45 วันก็สามารถเก็บได้ขั้นตอนในการปลูกนั้นซึ่งทุกอย่างก็ดำเนินในโรงเรือนทุกขั้นตอนเพื่อป้องกันแมลงนั้นหลุดลอยเข้าไปวางขายและขยายพันธุ์สร้างความเสียหายและในขั้นตอนการปลูกนั้นเริ่มแรกก็จะเริ่มจากการเพาะเมล็ดในถ้วยจากนั้นก็ดูแลรถน้ำประมาณสามวันซึ่งก็จะได้เป็น ต้นกล้าจากนั้นก็นำมาปลูกในระบบรางอนุบาลซึ่งใช้เวลาประมาณเจ็ดวันเท่านั้นแล้วก็ย้ายต่อไปยังโต๊ะอนุบาลอีก 14 วันแล้วก็ย้ายโต๊ะปลูก

k-305-11

ได้วิธีการย้ายนั้นนั่นก็คือการตัดไว้ปลูกให้แยกออกจากกันจากนั้นเราก็นำต้นกล้าที่มีโครงสร้างที่แข็งแรง ไปเพาะบนโต๊ะซึ่งไม่ต้องใช้ถาดเฉพาะเลยและสามารถนำต้นกล้าไปใส่รูประบบรางบนโต๊ะได้เลยซึ่งหลุมนั้นจะใหญ่ขึ้นใหญ่ซึ่งตามระยะประมาณสามระยะในแต่ละระยะนั้นก็ให้ปุ๋ยสูตรเดียวกันและมีความเข้มข้นต่างกันตามอายุของพืชเพื่อให้ลากมันไม่เน่าและมีการกำหนดค่าec อีกด้วย

k-305-12

ซึ่งในด้านการตลาดนั้นส่วนใหญ่ผักไฮโดรโปนิกส์ ของสวนสุพัตรานั้นมักจะส่งในร้านอาหารและห้างดันต่างๆในจังหวัดระยองซึ่งในปัจจุบันนั้นมีความต้องการสูงมากและมีกระแสตอบรับจากคนรักสุขภาพเป็นอย่างมาก

ซึ่งการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกสก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในการทำธุรกิจแต่ฉะนั้นทุกอย่างทุกขั้นตอนจะต้องมีการวางแผนมีการหาตลาดให้พร้อม และทุกขั้นตอนจะต้องใส่มจเป็นพิเศษจริงๆครับ

ที่มา:อีสานวันนี้

แสดงความคิดเห็น