ให้โอกาสเด็ก!! “อาม ชุติมา”ร่ำไห้ก้มกราบ “ค่ายนายพล”ยอมฉีกสัญญา(คลิป)

  • Webmaster
  • October 30, 2018
  • Comments Off on ให้โอกาสเด็ก!! “อาม ชุติมา”ร่ำไห้ก้มกราบ “ค่ายนายพล”ยอมฉีกสัญญา(คลิป)

มหากาพย์ปมสัญญาและลิขสิทธิ์เพลงระหว่าง อาม ชุติมา กับนายห้างต้นสังกัดเดิม ประจักษ์ชัย ไหทองคำ ที่ตอนนี้เกิดการโต้เถียงกันผ่านโลกออนไลน์ ซึ่ง อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เปิดหน้าออกมาช่วยนักร้องสาวดำเนินคดีให้ถึงที่สุด กระทั่งฝ่ายนายห้างไหทองคำ ได้ให้ทนายความฟ้อง อาม ชุติมา เป็นจำนวนเงินสูงถึง 21 ล้านบาท ฐานผิดสัญญา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ต.ค. นายพรพล เจ้าของค่ายนายพล ได้ไปออกรายการโหนกระแส ทางช่อง 28 โดยช่วงตอนหนึ่งได้กล่าวเปิดใจว่า “ไม่ได้รู้กัน เริ่มแรกผมไม่รู้จักอามเป็นการส่วนตัว แต่นับถือเขาเป็นเด็กที่เก่งคนหนึ่ง วันที่ 6 เดือน 6 ปี 61 พอไปปุ๊บ ผมก็ว่าน้องคนนี้ เขาไม่อยากอยู่กับไหทองคำ ผมก็ช่วยเขามาตลอด หนึ่งพยายามคุยกับประจักษ์ชัยว่าให้คุยกันดีๆ หาทางออกดีๆ กัน น้องยังเด็ก น้องก็ทำให้คุณพอสมควรแล้ว นี่เราคุยกัน น้องอามก็ถามผมก่อนกลับว่าหนูขึ้นงานได้มั้ย ทำการแสดงได้มั้ย ผมช่วยเหลือเขาตั้งแต่วันนั้นแล้ว ผมบอกว่ารับงานได้ ผมบอกว่าอามขึ้นเลย มีอะไรเดี๋ยวผมไปช่วย ทุกที่ ผมไม่มีเจตนาตรงนั้นอยู่แล้ว คุณประจักษ์ชัยต้องฟ้องผมด้วยตอนนี้ เพราะผมไปทำสัญญาซ้อน ไม่มีการรู้กัน  ผมเปิดตรงนี้ได้มั้ยอามจะได้เห็น”

ส่วนเรื่องการผิดสัญญาเรียกค่าเสียหาย เป็นเงิน 2 ล้านบาท “ไม่มีล้านเปอร์เซ็นต์ ถ้าผมรู้เห็นเป็นใจกับเขาผมก็ต้องดับเครื่องชนกับเขา เพราะผมก็ถือตัวนั้นไว้ เขาก็ถือไว้ ผมมีสิทธิ์ฟ้องเขา แต่ผมไม่เคยตอบโต้อาม ทุกครั้งไม่เคยเลย บริษัทนายพล เรารู้ว่าเราอยู่ในที่ของเรา เราไม่เคยตอบโต้กับเด็ก ตอบโต้ไปเราก็เสีย แล้วอามไปให้สัมภาษณ์ ผมก็ไม่ติดใจ เพราะเขายังเด็ก ผมไม่ได้หลอกเขา การที่เขาต้องเซ็น ผมจะบอกว่าประจักษ์ชัยต้องด่าผม”

สำหรับเรื่องความเห็นการฟ้องร้องเด็กเป็นจำนวนเงินสูงถึง 21 ล้าน “ผมว่าเงินไม่เท่าไหร่ เข้าใจความรู้สึกและศักดิ์ศรี แต่ผมคิดว่าคุณประจักษ์ชัยไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนี้ ลึกๆ เขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง แต่คอนเน็กชั่นเขาอินดี้ การพูดจาโผงผางไปนิดนึง ผมก็เตือนประจักษ์ชัยแล้ว เรามาคุยกันดีๆ สองเรามีทางออกอย่างไร ไม่ต้องไปฟ้องหรอก”

จากนั้น เจ้าของค่ายนายพล ได้กล่าวว่า“ผมก็บริสุทธิ์ใจกับน้องอามมาตลอด ผมเอ็นดูเขาเหมือนลูกเหมือนหลาน ถ้าผมเป็นคนอคติกับเขาหรือเกี่ยวกับเขา ผมก็ต้องสู้กับเขา แต่ผมไม่ทำ ผมเลือกคืนให้น้อง ให้น้องไปนอนคิดว่าผมทำให้เขาโดยที่ผมไม่ได้หลอกเขา เราบริสุทธิ์ใจอยากช่วยเขาจริงๆ อยากให้เขาเติบโตในวันข้างหน้า”

ก่อน อาม ชุติมา จะร่ำไห้กล่าวก้มกราบขอบคุณนายห้าง พร้อมผู้ใหญ่และประชาชนที่เป็นกำลังใจให้ ก่อนจะอยากขอโอกาสจากคู่กรณีให้มาไกล่เกลี่ย พูดคุยกัน.

แสดงความคิดเห็น